ต่างวัย ไม่ต่างกัน

ครอบครัวใครเคยมีปัญหาคุยกันไม่รู้เรื่องบ้างไหมคะ ลูกต้องการแบบนี้ ส่วนพ่อต้องการอีกแบบ แม่ก็ไปอีกทาง ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นในหลายๆครอบครัว ทั้งกับปัญหาเล็กๆ ไปจนถึงปัญหาใหญ่ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมลูกหรือคนในครอบครัวถึงไม่คิดแบบเรา ทำไมลูกๆถึงมีความคิดต่างจากเรา สรุปแล้วเด็กสมัยนี้ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่จริงไหม หรือว่า เรากำลังตามพวกเขาไม่ทัน

.

แท้จริงแล้วการที่แต่ละคนมีความคิดที่ต่างกันนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะเราต่างโตมาในยุคและสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันออกไป สมัยของพี่ๆ อาจมีกรอบแนวคิดแแบบหนึ่ง แต่พอเวลาผ่านไปสิ่งต่างๆก็ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย สิ่งนี้เองทำให้เราได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายๆ เจนเนอเรชั่นด้วยกัน โดยในที่นี้จะขอพูดถึง 4 เจนเนอเรชั่น นั่นก็คือ

.

1. รุ่นเบบี้บูมเมอร์ส (Baby Boomer Generation) คือ คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2489 ถึง พ.ศ. 2507

โดยเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ทำให้คนในรุ่นนี้มีลูกจำนวนมากเพื่อมาเป็นกำลังแรงงานของประเทศ

.

2. รุ่นเจนเนอเรชันเอ็กซ์ (Generation X) คือ คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2508 ถึง พ.ศ. 2522

หลังจากที่ยุคเบบี้บูมเมอร์สมีประชากรเกิดมามาก ทำให้ในช่วงของเจนเนอเรชันเอ็กซ์มีการคุมกำเนิดมากขึ้น คนเริ่มมีลูกกันน้อยลง เริ่มมีความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นมากขึ้น

.

3.รุ่นเจนเนอเรชันวาย (Generation Y) คือ คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2540

ต่อมาติดๆกับเจนเนอเรชันวาย ซึ่งเป็นช่วงที่เรียกว่าเกิดมาในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงในด้านวัฒนธรรม รับความเป็นสากล มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและมีความคิดสร้างสรรค์

.

4.รุ่นเจนเนอเรชันแซด (Generation Z) คือ คนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป
เรียกว่าคนกลุ่มนี้เกิดมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีความสะดวกสบายในทุกๆด้าน อาจพูดได้ว่า คิดอะไรก็ทำได้ทันที สามารถติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์และไม่กลัวที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ๆ

.

ถ้าเราลองดูตามเจนเนอเรชั่นแล้ว เราจะเห็นว่าเราต่างเติบโตมากับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ได้หล่อหลอมความคิดของเราไปด้วย โดยหากไปดูหนึ่งในงานวิจัย ของ ดร.เดชา เดชะวัฒนไพศาล เกี่ยวกับเจนเนอเรชั่นในที่ทำงาน ในเรื่องแรงจูงใจในการทำงาน ก็จะเห็นถึงความคิดที่เปลี่ยนแปลงไประหว่าง 3 เจนเนอเรชั่น

กลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์และเบบี้บูมเมอร์สให้ความสำคัญในเรื่องของ สวัสดิการการรักษาพยาบาล สวัสดิการสำหรับสมาชิกในครอบครัวและการประกาศเกียรติคุณ มากกว่ากลุ่มเจนเนอเรชันวาย โดยที่กลุ่มเจนเนอเรชั่นวายจะให้ความสำคัญกับเงินเดือน บรรยากาศการทำงานที่เป็นกันเอง ความท้าทายในการทำงาน ทำเลที่ตั้งของสถานที่ทำงาน ความอิสระในการทำงาน เป็นต้น

โดยเราจะเห็นได้ว่า กลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์และเบบี้บูมเมอร์สนั้นได้ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณค่าในตนเอง รวมถึงสวัสดิการเพื่อครอบครัวมากกว่ากลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองมากขึ้น อาจพูดได้ว่า คนในช่วงเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์และเบบี้บูมเมอร์ส ให้ความสำคัญกับความมั่นคง แต่สำหรับเจนเนอเรชั่นวายแล้ว ความมั่นคงอาจไม่ได้สำคัญมาก แต่ต้องเป็นงานที่พวกเขาพอใจและท้าทายต่อพวกเขา

.

เมื่อเราลองมองย้อนกลับมาในครอบครัวเราเอง ก็อาจเห็นได้ว่ามีคนในหลายๆช่วงวัย ในหลายๆเจนเนอเรชั่นอาศัยอยู่ร่วมกัน และด้วยการที่เรามีความคิดที่ต่างกัน หลายๆครั้งอาจนำมาสู่ความไม่เข้าใจกันภายในครอบครัว เช่น แม่อาจอยากให้ลูกทำงานราชการ เพื่อตำแหน่งและเงินเดือนที่มั่นคง แต่ลูกอยากทำงานเป็นฟรีแลนซ์ที่ท้าทาย มุมมองต่อสิ่งต่างๆที่ต่างกันไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การที่เราลองปรับมุมมองและพยายามที่จะรับฟังกันคงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

เรื่องง่ายๆที่เราสามารถทำในครอบครัวได้ คือ การเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกัน และการมีกิจกรรมร่วมกัน โดยสิ่งที่ง่ายและคลาสสิคมากที่สุด ก็คงจะเป็น การรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันในครอบครัว บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวที่อร่อย มีสมาชิกพร้อมหน้าพร้อมตา เล่าสิ่งต่างๆที่พบเจอในแต่ละวันให้กันฟัง หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อาจฟังดูเป็นสิ่งที่ธรรมดาๆ แต่อาจมีหลายๆครอบครัวที่หลงลืมไปจากภาระงานหรือเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่จริงๆที่สักอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ก็เพิ่มความสุขใจได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

.

มากไปกว่านั้น เทคโนโลยีทุกวันนี้ก็ยังก้าวไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใหญ่หลายๆคนก็เริ่มมึนไปตามๆกันว่าจะต้องใช้อย่างไร ทำไมเห็นลูกหลานติดหน้าจอทั้งวัน สิ่งเหล่านี้เองก็ต้องอาศัยความเข้าใจ และปรับตัวเข้าหากันและกัน โดยยังแฮปปี้ของเราก็ได้มีคอร์สสอนโซเชียลมีเดียร์ต่างๆให้ได้เรียนกันแบบฟรีๆ เพื่อจะให้พี่ๆได้ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์ และบางคนอาจมีแซงหน้าลูกหลานไปแล้วด้วย เมื่อเราเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น นอกจากจะดีกับเราเองแล้ว จะยังทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงลูกหลานมากขึ้น รวมถึงก็เป็นโอกาสที่ให้พวกเขาเข้าถึงเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน

เราต้องยอมรับว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราจะไม่ทิ้งคนในครอบครัวให้อยู่คนเดียว การที่เรามีช่วงวัยที่ต่างกัน ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องหันหลังให้กัน แต่หากทุกคนเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาสในการที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ลูกแนะนำแม่ แม่แนะนำลูก บรรยากาศในครอบครัวก็จะมีความอบอุ่นไม่ว่าสิ่งแวดล้อมข้างนอกจะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหนก็ตาม อย่าลืมนะคะว่า สำหรับคนที่เรารัก ถึงจะต่างวัยแต่ไม่ต่างกันแน่นอน ถ้าทุกคนเข้าใจกัน

.

อ้างอิง
เดชา เดชะวัฒนไพศาล. การรับรู้คุณลักษณะของเจนเนอเรชั่นวายและแรงจูงใจในการทำงาน: มุมมอง ระหว่างเจอเนอเรชั่นต่างๆในองค์กร. จุฬาลงกรณ์ธุรกิจปริทัศน์ 121 (กรกฎาคม-กันยายน 2552) : 1-25.
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/17186.html

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW

.

ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-288

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.