เปิดเส้นทาง 2 ปี กว่าจะมาเป็นยังแฮปปี้ สังคมดี ๆ เพื่อผู้สูงวัยที่ใจยังวัยรุ่น

ก้าวเข้าสู่ปีที่สองแล้วกับยังแฮปปี้ สังคมผู้สูงวัยออนไลน์ที่มีความสุขที่สุด ตลอดสองปีที่ผ่านมาเรามีความตั้งใจในการพัฒนายังแฮปปี้ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงวัยในประเทศไทยที่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข สนุกและมีคุณค่า

โดยหากพูดถึงยังแฮปปี้แล้ว หลายๆคนที่ได้ยินชื่อตอนแรก อาจจะคิดว่า ยังแฮปปี้ (YoungHappy) นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อเด็กวัยรุ่น จากคำว่า ยัง (Young) ที่หมายถึง คนที่ยังอยู่ในวัยละอ่อน แต่แท้จริงแล้วยังแฮปปี้ นั้นมีความหมาย 2 แบบ อย่างแรก คือ

.

1. หากเป็นภาษาไทย เราอยากให้พี่ๆยังแฮปปี้หรือยังมีความสุขอยู่นั่นเอง

.

2. หากเป็นภาษาอังกฤษ ตามคำว่า ยัง (Young)  และ แฮปปี้ (Happy) เราอยากให้พี่ๆ ยังรู้สึกเหมือนเป็นวัยรุ่น และยังมีความสุขสดใสในทุกๆวัน

.

แต่กว่าจะมาเป็นยังแฮปปี้ที่ทุกคนรู้จักกันในวันนี้นั้น ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังมากมายในการสร้างยังแฮปปี้ รวมถึงสิ่งที่เราพัฒนาและสร้างขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาเปิดใจ คุณธนากร พรหมยศ หรือคุณแก๊พ ผู้ก่อตั้งและ CEO ของยังแฮปปี้ถึงเรื่องราวและความเป็นมาของยังแฮปปี้

ก่อนจะมาเป็นยังแฮปปี้

ด้วยความคิดและความฝันของ คุณแก๊พ ที่ต้องการที่จะแก้ปัญหาสังคม และตัวคุณแก๊พเองได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ที่เป็นการทำธุรกิจเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสังคม รวมถึงสามารถหาเงินได้โดยตัวของธุรกิจเอง ไม่ใช่จากเงินบริจาค ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาทางสังคมเป็นไปอย่างยั่งยืน ทำให้คุณแก๊พได้เริ่มศึกษาและลงมือแก้ไขปัญหาง่ายๆรอบๆตัวก่อน

.

โดยปัญหาแรกที่คุณแก๊พตัดสินใจลงมือแก้ด้วยตนเอง นั่นก็คือ ปัญหาเสื้อผ้าล้นตู้ ผ่านโปรเจคที่มีชื่อว่า I Pay It Forward ที่เป็นการนำเสื้อผ้าของคนที่มีเสื้อผ้าล้นตู้ ไปบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลน โดยคุณแก๊พได้ลงมือทำโปรเจคนี้คนเดียว ทั้งขับรถไปรับเสื้อจากผู้ที่ต้องการบริจาคเอง และนำเสื้อผ้าเหล่านั้นไปบริจาคด้วยตนเอง ทำได้ประมาณ 3-4 เดือนก็ต้องพับโครงการไปก่อน แต่จากจุดนี้ก็ทำให้คุณแก๊พเริ่มเข้าใจธุรกิจมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของยังแฮปปี้

เมื่อโครงการแรกถูกพับเก็บไป คุณแก๊พก็ได้มาเจอกับ คุณณฎา ตันสวัสดิ์ ที่ได้กลายมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ยังแฮปปี้ จากการพูดคุยถึงปัญหาสังคมในปัจจุบัน ซึ่งทั้งสองคนเห็นว่าปัญหาผู้สูงอายุนั้น  กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย อีกทั้งคุณแก๊พก็ยังเป็นลูกคนเดียวที่มีพ่อแม่อยู่ในวัยเกษียณ ทำให้ต้องการที่จะริเริ่มอะไรบางอย่างเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้

.

โดยในช่วงแรกนั้น คุณแก๊พและคุณณฎา ได้เริ่มโดยการเป็นจิตอาสาที่ฟิตเนสฝึกสมองผู้สูงอายุ (Cognitive Fitness Center) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ช่วยสอนผู้สูงวัยในการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน จากความคิดที่ว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น หากผู้สูงวัยสามารถใช้ได้เช่นกัน พวกเขาก็คงจะมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น

.

จากการสอนที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทั้งสองก็ได้เริ่มออกไปสอนในหลายๆที่มากขึ้น อย่างที่สมาคมบ้านปันรัก และศูนย์ดิจิทัลชุมชน ศูนย์ราชการ ทำให้เริ่มเข้าใจผู้สูงวัยมากขึ้นถึงความต้องการทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงความต้องการด้านอื่นๆ

คอมมูนิตี้แห่งความสุขสำหรับผู้สูงวัย

หลังจากที่เข้าใจปัญหาของผู้สูงวัยมากขึ้นแล้ว ก็ทำให้ตระหนักถึงปัญหาของโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงวัย รวมถึงภาวะติดบ้านและติดเตียงของผู้สูงอายุ โดยการรักษาโรคอัลไซเมอร์ หรือมีคนดูแลตลอดเวลานั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยหากคิดเฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี จะมีค่าใช้จ่ายสูงเกือบถึง 2 ล้านบาท ทำให้มีความคิดที่ต้องการจะยืดช่วงเวลาที่ผู้สูงวัยสามารถดูแลตนเองได้ หรือ ภาวะติดสังคมให้ได้นานที่สุด เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว

โดยการที่จะช่วยลดโรคอัลไซเมอร์ หรือการเจ็บป่วยต่างๆในผู้สูงอายุได้นั้น ทำได้โดยการให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำและกลับมามีเพื่อนๆที่เข้าใจกัน เพื่อช่วยลดความเหงา และความซึมเศร้าลง ซึ่งจะนำไปสู่สุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง

คุณแก๊พมองว่า หากสามารถทำให้ในคอมมูนิตี้ยังแฮปปี้มี 15,000 คนได้ โดยที่ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมและมีสังคมที่เข้าใจกัน จะทำให้ประหยัดเงินทั้งภาครัฐและครอบครัวเองไปได้ถึง 30,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นความฝันหรือเป้าหมายของเราที่จะช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคมในส่วนนี้มากที่สุด ซึ่งภายในปีแรกยังแฮปปี้ได้มีคอมมูนิตี้ถึง 10,000 คน และในปีที่สองนี้ได้มีคอมมูนิตี้มากกว่า 30,000 คน (รวมในทุกช่องทางของยังแฮปปี้)

ทีมคือส่วนสำคัญ

สิ่งต่างๆนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้หากยังแฮปปี้ไม่มีทีมที่คอยสนับสนุน โดยหลังจากที่เริ่มมาได้สักพักหนึ่ง ก็ได้มีอีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง คือ คุณจุติพร อู่ไพบูรณ์ หรือคุณแบงค์ ที่ตอนแรกถูกชักชวนให้มาทำหนังสือสอนเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย จนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในพลังสำคัญในด้านการออกแบบและดีไซน์ตัวการ์ตูน รวมถึงงานอาร์ตเวิร์คต่างๆในยังแฮปปี้

.

หลังจากนั้น เมื่อเข้าใจถึงความต้องการของผู้สูงวัยด้านเทคโนโลยี จึงต้องการที่จะสร้างแอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ และได้มาเจอกับหนุ่มไอทีคนเก่ง คุณธีระศักดิ์ มูลตุ้ย หรือคุณอาร์ม ซึ่งได้พัฒนาและอัปเดตแอปฯยังแฮปปี้ให้โดนใจวัยเก๋ามากที่สุด

.

หากพูดในมุมมองของธุรกิจแล้ว ยังแฮปปี้ถือว่ามีทีมที่ครบเครื่องมาก หรือจะบอกว่าเป็นทีม Hustler-Hipster-Hacker อย่างสมบูรณ์ก็ว่าได้ ทั้งคุณแก๊พและคุณณฎาทางด้านธุรกิจ คุณแบงค์ทางด้านดีไซน์ และคุณอาร์มทางด้านเทคโนโลยี

นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมีพี่ๆและน้องๆ อีกหลายคนที่เข้ามามีบทบาทที่ทำให้ยังแฮปปี้เติบโต ไม่ว่าจะเป็นคุณป้อมและคุณต้อย ที่คอยรับสายโทรศัพท์จากพี่ๆในการสอบถามเรื่องต่างๆ คุณบอลในเรื่องการจัดอีเว้นท์ คุณโกเฮงและน้องโรสในด้านคอนเทนท์ คุณกิ๊กและทีมงานเชียงใหม่ในการดูแลเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน  คุณตาลที่จัดการบัญชีและเอกสาร น้องน็อตและน้องพีลที่คอยตอบปัญหาในไลน์ รวมถึงพี่ๆน้องๆอีกหลายคนที่เข้ามามีบทบาทในยังแฮปปี้ อีกทั้งที่ปรึกษาคนเก่งอย่าง คุณ Mike Darnell และคุณ Charles

เติบโตไปด้วยกัน

ที่ผ่านมานั้นยังแฮปปี้ได้มีโอกาสได้เข้าโปรแกรมบ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปีที่ผ่านมาแอปพลิเคชันของเราได้โตมากขึ้นกว่า 500% โดยยังแฮปปี้ได้เข้าร่วมโปรแกรมที่มีชื่อเสียงทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศ อย่าง IMPACTECH จากสิงคโปร์ที่ได้มาจัดที่ประเทศไทย รวมถึงได้มีโอกาสบินข้ามประเทศไปเข้าโปรแกรมที่ประเทศมาเลเซียกับ Global Accelerator Program โดย MaGIC รวมถึงโปรแกรมอื่นๆ อย่าง SET Social Impact, Startup Ready และ NIA นอกจากนี้ยังแฮปปี้ยังได้ชนะโครงการ Youth Co:Lab โดย UNDP ในระดับประเทศไทย และมีโอกาสได้ไปแข่งในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ในปัจจุบันเราเป็น Creative Organizer ที่ได้จัดกิจกรรมให้กับทั้งหน่วยงานต่างๆ โดยการจัดกิจกรรมนั้น เราจะยึดผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นหลัก ทำให้เราเปรียบเสมือนตัวกลางในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผู้สูงอายุทั้งสำหรับภาครัฐและเอกชนที่ต้องการเข้าถึงผู้สูงวัย โดยที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงบริษัทเอกชนต่างๆ

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน เราจึงได้วางแผนที่จะริเริ่มโครงการธนาคารเวลา (Time Bank) โดยเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงวัยทำความดีเพื่อเก็บสะสมชั่วโมงและนำมาแลกเป็นบริการต่างๆต่อไปในอนาคต เช่น ส่วนลดคอร์สตรวจสุขภาพ เป็นต้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการทำความดีเพื่อสังคม

.

โดยเราได้มีกองทุนจากกำไรส่วนหนึ่งที่ได้มาในการนำมาสนับสนุนการจัดตั้งโครงการนี้ โดยเราได้เริ่มต้นจากกลุ่มพี่ๆ ที่เรียนในหลักสูตรวุฒิบัตร นักเปลี่ยนแปลงสังคมรุ่นใหญ่ หลักสูตรร่วมกับวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จะลงพื้นที่แก้ปัญหาสังคมอย่างแท้จริง

ยังแฮปปี้สู่อนาคต

ภายในปีนี้เราจะมีการจัดกิจกรรมตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต เพื่อเป็นการขยายความสุขไปสู่พี่ๆที่อยู่ในต่างจังหวัด รวมถึงเราจะมีการพัฒนาปรับปรุงแอปพลิเคชันในส่วนของ Forum เพื่อประสบการณ์การพูดคุยที่สนุกขึ้นของพี่ๆ และการพัฒนาระบบการให้คะแนนในโครงการธนาคารเวลา (Time Bank) ต่อไป

โดยในอนาคตเราอยากที่จะขยายความสุขนี้ไปสู่พี่ๆในประเทศอื่นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุที่กำลังเกิดกับหลายประเทศทั่วโลก

สำหรับยังแฮปปี้แล้วเราคงมีทุกวันนี้ไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน ทั้งจากพี่ๆ หน่วยงานรัฐ เอกชน รวมถึงทีมงานทุกคน ในการสร้างความฝันที่ต้องการให้ประเทศไทยมีสังคมผู้สูงอายุที่เข้มแข็งและมีความสุข ในโอกาสครบรอบสองปี เราขอสัญญาว่าเราจะพัฒนายังแฮปปี้ให้ตรงกับความต้องการของพี่ๆ และสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคมอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย 3 แก่นสำคัญของเราคือ Trust Care  และ Quality


รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW

.

ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.