18 วิธีลดอาการปวดไม่ต้องพึ่งยา

วันนี้พี่ๆรู้สึกเมื่อยตัวปวดตัวกันอยู่รึเปล่าเอ่ย?

รู้ไหมว่าไม่ต้องกินยาก็มีวิธีช่วยลดอาการปวดตามตัวได้!

.

พี่ๆรู้ไหมว่าอาการปวดเป็นปัจจัยบั่นทอนสุขภาพอันดับหนึ่งในทั่วโลก และยังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยในการไปหาหมอในประเทศที่พัฒนาแล้วอีกด้วย

.

อาการปวดตามร่างกายเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายหรือการนั่งอยู่กับที่นานเกินไป โดยอาการปวดเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการปรับเปลี่ยนนิสัยและมีไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ

.

เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีที่ช่วยลดอาการปวดแบบไม่ต้องพึ่งยาได้ยังไงบ้าง

.

อาการแรกปวดหัว 

.

.

  • หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ

อาการตาล้าหรือปวดตาเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดศีรษะที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

.

เมื่อเราใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อจะล้าและเริ่มเจ็บ เช่นเดียวกันกับกล้ามเนื้อตาหากถูกใช้เป็นเวลานานๆ ก็จะล้าและเจ็บเช่นกัน

.

สำหรับการหลีกเลี่ยง ควรทำตามคำแนะนำคือ 20-20-20 โดยทุกๆ 20นาทีให้มองบางสิ่งที่ไกลออกไป 20 ฟุต
(6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที

.

  • ลดการตากแดด

การได้รับความร้อนจากการแสงแดดอาจทำให้เส้นเลือดในสมองขยายตัวและทำให้อุณหภูมิที่ผิวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวด

.

แสงของดวงอาทิตย์อาจทำให้ตาเกิดการระคายเคืองส่งผลต่อการปวดหัว ควรใส่หมวกและแว่นกันแดดเพื่อป้องกันเวลาออกไปเจอแสงแดด

.

  • อาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นช่วยทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและช่วยลดอาการปวดหัว นอกจากนี้อาจใช้ถุงน้ำร้อนซึ่งสามารถช่วยได้เช่นกัน

.

.

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดตีบตัว นั่นหมายความว่ามันเปลี่ยนขนาดของหลอดเลือดในสมองซึ่งทำให้เกิดอาการปวดหัว

.

ควันบุหรี่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นเดียวกัน โดยทำให้เกิดอาการแพ้โดยการระคายเคืองที่จมูกและลำคอ

.

เช่นเดียวกันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดในสมองบวมจนทำให้เกิดอาการปวดหัว

.

แต่อาการปวดหัวที่เลวร้ายที่สุดคือจากไวน์แดง เนื่องจากมีไทรามีน ฮิสทามีนและซัลไฟต์ ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหัว

.

  • ลดการดื่มคาเฟอีน

ดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่เล็กน้อยช่วยลดอาการปวดหัวและคาเฟอีนยังรวมอยู่ในยาแก้ปวดหัวบางชนิด แต่การดื่มคาเฟอีนในรูปแบบของกาแฟชาหรือน้ำอัดลมอาจทำให้คุณติดได้

.

โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins พบว่าอาการปวดศีรษะเกิดจากการถอนคาเฟอีน(Caffeine withdrawal) ซึ่งเกิดขึ้นใน 50% ของผู้ดื่มกาแฟเป็นประจำ

.

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ภาวะขาดน้ำ(Dehydration) เป็นสาเหตุของอาการปวดหัว เพื่อให้พ้นจากอาการปวดหัวควรดื่มน้ำให้เพียงพอ

.

แต่ควรระวังการดื่มน้ำมากเกินไป(Overhhydration) ซึ่งทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือต่ำ(Hyponatremia) โดยภาวะโซเดียมในเลือดต่ำนี้อาจนำไปสู่อาการปวดหัว คลื่นไส้และท้องอืด อาการเหล่านี้อาจทำให้สับสนกับภาวะขาดน้ำ

.

อาการที่สองปวดคอ

.

.

  • ออกกำลังกายเพื่อมีกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรง

คอและไหล่ตึงเป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดการปวดคอ วิธีที่ดีในการลดอาการปวดคอคือออกกำลังกายเพื่อมีกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรง

.

  • พยายามจัดท่านั่งให้ดี 

การนั่งหลังตรงในขณะที่นั่งนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิง หากทำงานด้วยคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คให้ปรับความสูงให้พอดีเพื่อจะไม่ต้องก้มคอลงไปขณะทำงาน

.

  • เล่นโยคะ

โยคะช่วยให้กล้ามเนื้อคอและหลังแข็งแรง รวมถึงช่วยลดอาการตึงอีกด้วย

.

  • เปลี่ยนท่านอนของคุณ

การนอนหงายเป็นท่านอนที่ดีที่สุด ตามมาด้วยการนอนหันข้าง ลองม้วนผ้าขนหนูแล้ววางใต้เข่าเพื่อช่วยค้ำหลังเวลานอน

.

ไม่ควรนอนทับท้องตัวเอง รวมถึงไม่ควรใช้หมอนเกิน 1 ใบและหลีกเลี่ยงการใช้หมอนแบบหนา การใช้หมอนพิเศษสำหรับกระดูกคอจะช่วยได้ดีขึ้น

.

อาการที่สามปวดหลัง

.

.

  • นั่งหลังตรง

ในขณะนั่งควรรักษาระดับให้นั่งหลังตรง เนื่องจากช่วยลดความตึงของกระดูกสันหลังและไม่ทำให้ปวดหลัง

.

  • ยืดกล้ามเนื้อหลังด้านล่าง

การออกกำลังกายอย่าง Lying spinal twist และ Psoas stretches ช่วยยืดกล้ามเนื้อที่มีความสำคัญต่อการรักษาอาการปวดหลัง

.

  • ยืดกล้ามเนื้อเอ็นร้อยหวาย

การยืดกล้ามเนื้อร้อยหวายช่วยลดอาการปวดหลังโดยการยืดกล้ามเนื้อต้นขา กล้ามเนื้อที่ยาวขึ้นช่วยลดแรงกดที่หลังส่วนล่างและลดการปวดหลัง

.

  • ฝึกโยคะท่างู(Cobra pose)

ท่าโยคะนี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อที่ไหล่  นอกจากนี้ยังลดความตึงของหลังส่วนล่างและทำให้กระดูกสันหลังแข็งแรงขึ้น

.

  • ว่ายน้ำ

การว่ายน้ำและการออกกำลังกายทางน้ำอื่น ๆ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวนอกจากนี้การลอยตัวของน้ำช่วยลดความตึงของข้อต่อ

.

อาการที่สี่ปวดเท้า

.

.

  • ใส่รองเท้าที่สบาย

ขณะที่เราเดิน ยืนหรือวิ่งแรงกดจะอยู่ที่เท้าของเรา การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมและอึดอัดอาจทำให้เจ็บเท้าเพิ่มขึ้น

.

การหารองเท้าที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการลดการบาดเจ็บและป้องกันปัญหาเกี่ยวกับเท้า

.

  • ยืดนิ้วเท้า

นั่งบนเก้าอี้หรือบนพื้น จากนั้นเอาขาขวาพาดกับต้นขาด้านซ้าย สอดนิ้วมือด้านซ้ายสอดเข้ากับนิ้วเท้าขวา บีบนิ้วเท้าและนิ้วมือเข้าด้วยกัน กดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นยืดขาตรง 10 วินาที ทำตามขั้นตอนนี้3ครั้งต่อข้าง

.

  • การนวดเท้า

นำเท้าซ้ายเหยียบบนลูกเทนนิส ค่อยๆคลึงลูกเทนนิสรอบๆอุ้งเท้าประมาณ3นาที จากนั้นทำแบบเดียวกันกับเท้าขวา

.

รู้เคล็ดลับดีๆแบบนี้แล้วอย่าลืมลองนำไปทำตามกันดูนะจ๊ะ


 

credit: ขอบคุณข้อมูลจาก

 https://brightside.me/inspiration-health/18-everyday-habits-that-can-relieve-pain-in-your-body-533310/?utm_source=fb_brightside&utm_medium=fb_organic&utm
_campaign=fb_gr_brightsid

 


 

ช่องทางติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @younghappy (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
Facebook: younghappyse
Call center: 065-506-2889

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.