YoungHappy "ยังแฮปปี้" | นานาสาระผู้สูงอายุ
217
archive,category,category-217,ajax_fade,page_not_loaded,,side_area_uncovered_from_content,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

นานาสาระผู้สูงอายุ

เวลาผ่านไปใกล้สิ้นปี หลายคนคงนึกอยู่ใช่มั้ยคะว่าจะหาของขวัญอะไรที่เหมาะกับสว.ที่รักของบ้านดี น้องสุขขอแชร์ไอเดียสนุกๆในการหาของขวัญที่ไม่ใช่ของหรูหราราคาแพง แต่รับรองได้เลยว่าที่เลือกมานี้มีประโยชน์ต่อวัยเก๋าสุดๆ เช่น มันสามารถแก้ปัญหาของผู้สูงวัยโดยทั่วไปได้ อย่างการมองเห็นสิ่งต่างๆได้ไม่ชัดเจน วัยเก๋าที่อาจมีอาการหลงๆลืมๆ เป็นต้น ซึ่งของขวัญเหล่านี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาของท่านได้แล้ว ยังใช้ได้กับวัยเก๋าที่ป่วย หรือเพิ่งหายจากการป่วยได้ด้วยนะ มีอะไรบ้างมาดูกันเลย 1. หนังสือระบายสีฝึกสมองสำหรับผู้ใหญ่ การระบายสีจะทำให้จิตใจเราสงบและคลายเครียด ซึ่งส่วนมากผู้สูงวัยอาจรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว แต่ถ้าท่านได้มีกิจกรรมสนุกๆ ทำ จะทำให้มีจุดสนใจที่ต้องการทำให้สำเร็จ เกิดความตื่นตัว และฝึกสมองให้ได้ใช้งานมากขึ้น หนังสือระบายสีสำหรับผู้ใหญ่นี้ก็ออกแบบมาให้ระบายได้ง่าย แต่ก็มีส่วนที่ยังท้าทายพอที่จะทำให้ไม่เบื่อ 2. ปฏิทินตัวใหญ่อ่านง่าย ปัญหาของสว.ส่วนมากจะเป็นความจำที่ไม่สมบูรณ์ หลงลืมอยู่บ่อยๆ ซึ่งการมีปฏิทินไว้ข้างตัวจะช่วยให้พวกเขารู้ว่าตอนนี้วันอะไร วันที่เท่าไรแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่สว.ก็มักจะลืมวันเวลากันอยู่บ่อยๆ ปฏิทินนี้ถ้าใครไม่อยากหาซื้อ จะทำด้วยตัวเอง ก็สามารถเป็นกิจกรรมครอบครัวที่จะทำให้ร่มโพธิ์ร่มไทรในบ้านปลื้มจนหุบยิ้มไม่ลงแน่ๆ 3. กล่องยาพกพา วัยเก๋าแทบทุกท่านก็คงมียาประจำตัวที่ต้องพกอยู่เสมอ แต่จะให้พกเป็นถุงๆจากโรงพยาบาลไปไหนมาไหนก็ดูจะไม่สะดวกเท่าไร น้องสุขขอแนะนำให้ใช้กล่องยาพกพาที่สามารถแยกได้เลยว่า วันไหนต้องทานตัวไหนบ้าง จะดีกว่า ยิ่งสมัยนี้ยังมีกล่องยาไฮเทคที่สามารถเก็บตัวยาเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาทานได้อีกด้วย ไฮเทคสุดๆ ซึ่งมันจะเตือนเมื่อถึงเวลากิน ไม่ต้องคอยจำเลยล่ะ 4. Tangle toys นี่เป็นของเล่นผู้ใหญ่ที่จะทำให้เราฝึกสมาธิ สงบ จิตใจเย็นลง คลายเครียด และภาวะ...

ด้วยวัยและกำลังที่ถดถอยลงอาจทำให้วัยเก๋าหลายท่านรู้สึกว่า บางทีถูกละเลย ถูกทำร้ายจากสังคมที่อยู่ อาจเริ่มจากจุดเล็กๆ จนลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ ซึ่งภัยสังคมที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็มีอยู่จริงในทุกๆวันแต่ถูกปิดบังไว้อยู่และไม่ได้รับการแก้ไขหรือจัดการอย่างเด็ดขาด ยังมีวัยเก๋าอีกมากที่ต้องทนรับสภาพ อยู่ในภาวะจำยอมที่ไม่มีกำลังในการต่อสู้หรือร้องเรียน น้องสุขจึงมีประเด็นหลักๆ ที่เป็นภัยสังคมมาเล่ากล่าวให้วัยเก๋าทุกท่านได้เข้าใจ รับรู้ปัญหาที่มีอยู่ และคิดวางแผนป้องกันตัวเองไว้แต่เนิ่นๆ ซึ่งยังแฮปปี้ของเราก็เป็นอีกหนึ่ง community ที่สามารถช่วยเข้าถึงทุกปัญหาของผู้สูงอายุ และพร้อมที่จะร่วมเชื่อมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำให้สังคมสูงวัยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้านค่ะ 1. การทำร้ายร่างกาย เป็นประเด็นสำคัญที่มีให้เห็นในข่าวอยู่แทบทุกวัน การทำร้ายร่างกายรวมตั้งแต่การทำให้วัยเก๋าบาดเจ็บ เจ็บปวด จากการทำร้ายในแบบต่างๆ เช่น ทุบตี ผลักไส หยิก กัด จิก การถูกจํากัดบริเวณ คุมขัง ขมขู่ ทำร้ายด้วยอาวุธ เป็นต้น 2. การทำร้ายจิตใจ อีกหนึ่งด้านที่ทำให้บั่นทอนและส่งผลต่อร่างกายได้ร้ายแรงไม่แพ้กัน การทำร้ายด้านจิตใจส่วนมากจะเป็นการแสดงออกต่อวัยเก๋าในแบบต่างๆ เช่น ทำให้กลัว อับอาย ทำให้เห็นเป็นตัวตลก ถูกดูหมิ่น หยาบคาย ไม่ให้เกียรติ รวมถึงการพูดจาที่ใช้คำรุนแรง ข่มขู่ เรื่องเหล่านี้ผู้สูงอายุอาจต้องเจอในทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ลูกหลานที่บ้าน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในใจตามมาอย่างรุนแรงได้ 3. การล่วงละเมิดทางเพศ สำหรับป้าจ๋ายายจ๋าที่อาจเคยเจอปัญหานี้...

ใกล้จะถึงอีกหนึ่งวันสำคัญแห่งความสุข เป็นเทศกาลที่ครอบครัวจะได้มีโอกาสรวมตัวมาเจอกัน ออกไปหาสถานที่สวยๆ นำกระทงไปลอยขอบคุณพระแม่คงคากันตามประเพณีไทย และยิ่งถ้าบ้านไหนชอบงานประดิษฐ์ อยากจะ DIY กระทงเป็นของตัวเองก็ทำได้ไม่ยาก สำคัญแค่ควรใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ไม่เป็นพิษต่อแม่น้ำนะจ้ะ ใครที่มีกระทงสวยพร้อมแล้ว เรามาหาที่ลอยกันดีกว่า รับรองว่านอกจากได้ลอยกระทงแล้วยังอาจได้เที่ยวงานวัด กินของอร่อยๆ อีกด้วย วัดอรุณราชวราราม เปิดกันด้วยวัดที่สวยสดงดงามเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เราสามารถมาชื่นชมความงามของวัดอรุณยามค่ำคืน ที่จะเปิดไฟสีสันสวยงาม ทำให้ยิ่งดูขลังขึ้นไปอีก บวกกับบรรยากาศชิลๆ ลงเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะยิ่งทำให้งานวันลอยกระทงของวัยเก๋าพิเศษและน่าจดจำ วัดภูเขาทอง บอกเลยว่าที่นี่คึกคักมาก เพราะนอกจากจะได้ลอยกระทงแล้ว ยังจะมีงานวัดให้เราได้เดินเล่น กิน เที่ยวอีกด้วย ใครอยากขึ้นไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุก็ทำได้แม้ในตอนกลางคืน ได้ชมวิวเมืองกรุงเก่าแบบพาโนรามาอีกด้วย สะพานพระราม 8 จากปกติสะพานพระราม 8 ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่สวยงามมากอยู่แล้วโดยเฉพาะในตอนกลางคืน ยิ่งเป็นวันงานลอยกระทง มีการประดับไฟ แสงสีสวยงาม ก็ยิ่งทำให้สะพานพระราม 8 ดูอลังการและสวยงามขึ้นไปอีก ใครอยากไปถ่ายรูปสวยๆ กับกระทงของตัวเองก็อย่าลืมไปเช็กอินกัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตบางเขน เอาใจคนอยู่ชานเมืองกันสักหน่อย ไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าไปกรุงเก่าก็สนุกกับวันลอยกระทงได้เหมือนกัน เพราะในมหาวิทยาลัยเค้าก็จะมีจัดงานวันลอยกระทงทุกปี มีอาหารอร่อยๆ มีร้านต่างๆ...

รุ่นใหญ่วัยเก๋าคนไหนที่กำลังมีปัญหาด้านการจำ มาทางนี้ค่าาา น้องสุขมีไอเดียเริ่ดๆ ไอเท็มแบบเบสิก มาเป็นตัวช่วย ที่จะทำให้เราจำเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น ถึงหลงลืมยังไงก็จัดการเรื่องต่างๆได้แม่นเหมือนหนุ่มสาวเลยจ้า (วัยรุ่นที่เป็นชาวขี้ลืมก็นำไปใช้ได้ด้วยนะ ;)) จดบันทึก การจดบันทึกแบบบ้านๆทั่วไปก็ยังคงใช้ได้ดี ไม่ต้องพกอะไรมาก แค่สมุดกับปากกา เท่านี้ก็สามารถเก็บทุกเรื่องราว ข้อมูล หรือความทรงจำต่างๆ เอาไว้กับตัวได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่หายแล้ว และเรายังสามารถจดเก็บไว้ได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น ตอนที่เราเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ก็รีบจดไว้ก่อนลืม จะช่วยให้สิ่งนั้นคอยเตือนเราอยู่ในสมุดเสมอ ไม่หายแน่นอน อัดเสียง คิดอะไรออกต้องรีบอัดเสียงไว้! การอัดเสียงเป็นการบันทึกข้อมูลต่างๆได้ไม่ต่างกับตอนที่เราได้รับข้อมูลในขณะนั้นเลย เช่น ถ้าหากว่าเรากำลังฟังข้อมูลอะไรอยู่แล้วยังจับใจความไม่ได้ ฟังไม่ทัน หรือจำไม่ไหว การอัดเสียงมาก่อน แล้วค่อยมาเปิดฟังทีหลัง ก็จะช่วยได้มาก ยิ่งสมาร์ทโฟนในสมัยนี้ก็มีแอพฯ อัดเสียงมากมาย ที่เก็บเป็นไฟล์ไว้ให้เราเปิดฟังได้ทุกเมื่อเวลาที่พร้อม การตั้งเตือน การตั้งเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนจากปฏิทินหรือการเตือนจากการตั้งเวลา เป็นการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อช่วยด้านความจำและการจัดการได้อย่างดี เราสามารถลงข้อมูลไว้ในปฎิทินได้ว่า อีกสามวันข้างหน้าต้องทำอะไร มีงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีกอาทิตย์ถัดไป หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน ถ้าไม่ตั้งเตือนไว้ พอถึงวันนั้นจริงๆ ก็อาจมีลืม และพลาดงานนั้นๆ ได้ การตั้งเตือนยังสามารถกำหนดได้ว่าให้เตือนเราก่อนถึงเวลาสักกี่ชั่วโมง เราก็จะสามารถมีเวลาเตรียมตัวเพื่อไปงานนั้นๆ...

เป็นวัยเก๋าก็เหมือนกลับไปเป็นเด็กใหม่ เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ นานาแล้ว ยังได้เปรียบมากกว่าเด็กๆอีกตรงที่เราสามารถไปเองได้! เชื่อว่าวันธรรมดาอย่างนี้ชาวยังแฮปปี้ที่ยังแข็งแรงอยู่คงไม่อยากอยู่บ้านกันเหงาๆ ใช่มั้ยคะ วันนี้น้องสุขเลยมีโปรแกรมเที่ยวแบบอาร์ตๆมาฝาก กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลป์ ย้อนชมวัฒนธรรมไทย และถ้าใครสนใจด้านดวงดาว อวกาศ หรือจะเป็นด้านธรณีวิทยา เราก็มีมาแนะนำนะ วางแผนการเดินทางแล้วไปลุยกันเลยจ้า 1. มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เรารุ่นใหญ่ใจยังเก๋าก็ยิ่งน่ามาเรียนรู้กัน ในมิวเซียมสยามจะมีทั้งอีเวนท์งานดีๆให้เดินเล่น มีพิพิธภัณฑ์ที่ชวนให้ตั้งคำถามและหาคำตอบ เดินเล่นเพลินๆ สนุกๆ แล้วยังไปเที่ยวชมเมืองเก่าต่อได้อีกหลายที่เลย . ค่าเข้าชม นักเรียนนักศึกษา 50 บาท ผู้ใหญ่คนไทย 100 บาท ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 200 บาท หมู่คณะตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปลดค่าบัตรเข้าชม 50% เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี/ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป/พระภิกษุสงฆ์/นักบวช/ผู้พิการ/มัคคุเทศน์ เข้าชมฟรี . การเดินทาง ที่จอดรถ : มีที่จอดรถ รถยนต์ : ลงทางด่วนที่ด่านยมราช วิ่งเข้าเส้นหลานหลวง เข้าสนามหลวง ผ่านวัดพระแก้ว วิ่งตรงมาทางวัดโพธิ์ รถบังคับเลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวาผ่านหน้ากรมที่ดิน...

ลองมองดูแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ครึ่งใบ เราจะเห็นแก้วน้ำนั้น “เกือบเต็ม” หรือ “เกือบหมด” นี่แหละคือสองด้านของการคิด หรือในอีกนัยนึงก็คือ มันหมายความว่าเราเป็นคนคิดลบ หรือคิดบวก ซึ่งส่วนมากเราก็มักละเลยกับกระบวนการคิดในด้านนี้และเห็นว่ามันไม่สำคัญเท่าไร ทำไมถึงอยากให้ผู้สูงอายุ คุณลุงคุณป้าหลายๆคน ฝึกตัวเองให้เป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี? โดยทั่วไปแล้วคนที่คิดบวกก็มักจะมีความสุข มีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จเป็นปกติอยู่แล้ว ตรงกันข้ามกับคนที่มักคิดลบ เพราะการคิดบวกจะทำให้เรานำพาความคิดของเราไปหาแต่ความเป็นไปได้ หนทางที่จะทำสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประโยชน์ในการคิดบวกเท่านั้นเองนะจ้ะ และแม้ว่าชาววัยเก๋าทุกคนจะอายุเท่าไร จะเจอกับอะไรมาบ้าง ได้รับประสบการณ์อะไรมาบ้าง ก็ไม่จำเป็นในการเรียนคิดบวกนี้เลย เพราะการคิดบวกจะสร้างความเป็นไปได้ให้แก่ทุกคน ในทุกช่วงชีวิตและทุกสถานการณ์ เราจะสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง และมีพลังให้กลับมาเป็นเด็ก อารมณ์ดี สดใสได้แม้อยู่ในวัยทอง ดังนั้นลองบอกลาข้ออ้างต่างๆ แล้วเริ่มมาเปลี่ยนความคิดกันจ้า เรามาเจาะลึกวงจรที่เป็นประโยชน์ของการคิดบวกกันดีกว่า เกิดแรงบันดาลใจในการทำอะไรใหม่ๆ คอยแต่จะทำให้ตัวเองอยู่ในอารมณ์ที่ดี เมื่อตัวเรามีความสุขแล้วก็จะอยากทำอะไรใหม่ๆ ลองกิจกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะนำพาให้เกิดความสำเร็จ ความสุขก็จะยิ่งตามมา ใครที่อยากเริ่มฝึกให้ตัวเองคิดบวก ไม่ใช่ว่าทำสองสามวันแล้วจะเห็นผลนะจ้ะ มันต้องใช้เวลากันสักนิด เพื่อเปลี่ยนอะไรลบๆ ให้เป็นขั้วบวก แต่เราทุกคนสามารถทำสำเร็จได้ และมันจะให้ผลที่คุ้มค่ายิ่งกว่าความพยายามที่คุณลุงคุณป้าลงมือทำซะอีก พร้อมแล้วมาดูประโยชน์ของการคิดบวกแบบละเอียดกันดีกว่า จะได้มีกำลังใจในการฝึก :) 1...

วันแม่ที่จะถึงนี้ ใครที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ไปไหน ก็สามารถพาคุณแม่ คุณพ่อ หรือผู้สูงอายุในบ้านออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยส่วนลดสุดพิเศษสำหรับวันพิเศษได้นะจ้ะ จะทานของหวาน เครื่องดื่ม หรือดินเนอร์ในโรงแรมหรูก็รับรองเลยว่าคุณแม่จะต้องประทับใจ เพราะนอกจากอาหารที่อร่อยแล้ว ยังคุ้มค่า คุ้มราคาด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกด้วย ส่งมอบความรักให้คุณแม่ อบอุ่นด้วยบรรยากาศดีๆ ตามสถานที่ที่เราได้คัดสรรมาแล้ว เตรียมจดแล้วแต่งตัวสวยหล่อ ออกไปเที่ยวกัน! 1. โรงแรมใบหยกสกาย เริ่มกันด้วยโปรแรง! จากโรงแรมที่วิวดีที่สุดที่หนึ่งในกรุงเทพฯ อิ่มอร่อยด้วยราคาเริ่มต้นสำหรับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด ยกขบวนกันมาหมดทะเล ตั้งแต่กุ้ง หอย ปู ปลา แซลมอน พร้อมด้วยอาหารฝรั่งและญี่ปุ่นอิมพอร์ตมาครบครัน ตบท้ายด้วยขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูด้วยก็ยังได้ และเมื่อทานอิ่มแล้วไฮไลท์ก็อยู่ที่...

ผู้สูงอายุและเด็ก เป็นวัยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน ถ้าในบ้านจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดจากสถาพแวดล้อมภายในและสถานการณ์ที่เกิดความพลาดพลั้งขึ้น แต่ภัยร้ายนอกบ้านเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า เพราะนอกจากจะทำให้เสียทรัพย์แล้วยังส่งผลต่อชีวิตอีกด้วย และผู้สูงอายุก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับท็อปที่มิจฉาชีพชอบเข้าหา อาจเป็นเพราะรู้ไม่เท่าทัน สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้ดังนั้นการเรียนรู้ ศึกษา ติดตามข่าวให้ทันโลกจึงสำคัญ น้องสุขจึงอยากให้คุณลุงคุณป้า ‘รู้ทันโจร’ รู้ทริค วิธีการหลอกในรูปแบบต่างๆ ที่อาจเข้ามาถึงเราโดยไม่คาดคิด ซึ่งถ้าเรารู้แกวก่อน เราก็จะฉุกคิด สังเกต และหาทางออกได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเสร็จโจร 1. แอบอ้าง ‘เป็นพนักงานเรียกเก็บเงิน’ การแอบอ้างแล้วเข้ามาหาเราที่บ้านเพื่อหลอกเอาเงิน เป็นมุขเบสิคที่เหล่าโจรใช้ในการลวงทรัพย์ไป โดยอาจเข้ามาหาถึงตัวจากการเคาะประตูบ้าน เพื่อหลอกเก็บเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราต้องจ่ายเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น แอบอ้าง ปลอมตัวเป็นพนักงานการประปาไปเรียกเก็บค่าน้ำตามบ้านต่างๆ ซึ่งถ้าเรายังไม่ได้จ่าย หรือมียอดที่ค้างไว้พอดี ก็อาจหลงกลเชื่อ แล้วจ่ายเงินให้ไปในที่สุด ซึ่งถ้าไม่จ่ายก็อาจโดนขู่ตัดค่าน้ำค่าไฟ ถ้ามิจฉาชีพทำได้อย่างแนบแนน เราก็อาจแทบไม่ได้ระวังตัว หรือฉุกคิดเลยว่า ‘นี่คือเจ้าหน้าที่ตัวจริงหรือไม่?’ ทั้งๆที่อาจมีบัตรพนักงานหรือบิลเหมือนจริงมาให้เห็นเป็นหลักฐาน รู้เท่าทัน! การประปาไม่มีนโยบายในการส่งพนักงานไปเก็บเงินใดๆจากเจ้าบ้านทั้งสิ้น ซึ่งในใบเสร็จที่เราได้รับนั้น จะมีบาร์โค้ดเพื่อให้คุณลุงคุณป้าไปยิงเพื่อชำระค่าน้ำอยู่แล้ว ให้ไปชำระได้ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคโดยตรง หรือชำระได้ที่ธนาคาร...

ภัยร้ายใกล้ตัวจากสภาพแวดล้อมในห้องหรือในบ้าน ถือเป็นอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุในบ้านพลาดพลั้ง เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เพราะด้วยวัยและสมรรถภาพของร่ายกายไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง ประกอบกับการที่เราไม่ได้เตรียมสิ่งต่างๆ ให้พร้อมไว้สำหรับการดูแลพวกเขา ก็เป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้ น้องสุขจึงมีเคล็ดลับในการจัดบ้านให้น่าอยู่ และปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะมาฝากกันจ้า เริ่มกันที่ห้องนอน ห้องนอนเป็นห้องหลักที่ผู้สูงอายุ คุณลุงคุณป้าจะใช้เวลาอยู่มากในหนึ่งวัน ต้องเป็นห้องที่เขาอยู่แล้วสบายที่สุด ปลอดภัยที่สุด เช่น โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ลุงจ๋าป้าจ๋าอาจต้องลุกออกจากเตียงมาทำธุระส่วนตัว เป็นต้น 1. ไฟฉาย ควรเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว หยิบจับได้ง่ายและทันที โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากเตียงไปเปิดไฟในที่ไกลๆ เช่น ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุเดินไปเปิดไฟที่สวิทช์ ซึ่งส่วนมากจะอยู่ใกล้ประตู โดยอาจวางไฟฉายไว้ที่หัวเตียง เวลาจะลุกไปไหนก็หยิบ เปิดไฟได้เลย 2. โคมไฟหัวเตียง ยังคงเป็นเรื่องของความสว่างอยู่ เพราะในตอนมืดเป็นเวลาที่สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุด เนื่องจากการที่เขาอาจมองไม่เห็น และยังเดินได้ไม่แข็งแรงอีก ดังนั้นจึงต้องหมั่นเก็บกวาดสิ่งของที่อยู่บนพื้นให้เรียบร้อย ไม่มีอะไรรกๆ ขวางทาง และยังต้องมีโคมไฟหัวเตียง สำหรับเปิดได้ง่ายๆ จากบนเตียง และยิ่งในกรณีที่ต้องการเปิดคาไว้ในขณะที่อยู่บนเตียง 3. พรม (กันลื่น) พรมที่วางไว้ในห้องนอน อาจเป็นประเภทกันลื่นด้วย เพราะโดยปกติของคนวัยนี้จะเกิดการลื่นล้มได้ง่ายมาก และการลื่นล้มที่อาจมองว่าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย...

วันนี้น้องสุขมาชวนกันพาผู้สูงอายุในบ้านไปกินอาหารนอกบ้านกันจ้ะ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าอาหารนอกบ้านจะไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะครั้งนี้เราเลือกมาแต่ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพ คัดส่วนผสมออร์แกนิคจากฟาร์มของทางร้านเอง มีการปรุงที่ปลอดภัย ดีต่อใจและสุขภาพผู้สูงอายุแน่นอน และนอกจากลุงจ๋าป้าจ๋าจะได้อิ่มอร่อยแล้ว ยังได้เปิดหูเปิดตา กินอาหารนอกบ้านกับลูกหลานได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในบรรยากาศสบายๆ ภายในร้านอีกด้วย มาตามพิกัดกันได้เลย ร้านบี ออร์แกนิก (Be Organic) by Lemon Farm ขึ้นชื่อว่า by Lemon Farm ก็เชื่อถือได้แล้ว เพราะใครที่ชอบอาหารเพื่อสุขภาพอยู่แล้วจะรู้จักร้านเลมอนฟาร์ม เป็นร้านเพื่อคนรักสุขภาพที่ขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและสินค้าจากธรรมชาติเอาไว้อย่างมากมาย ดังนั้นร้านนี้จึงมีเมนูที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยวัตถุดิบที่ปรุงก็เป็นวัตถุดิบอินทรีย์สดส่งตรงมายังร้าน รับรองได้ว่า ทุกสารอาหารที่ได้ทานเข้าไปจะมีประโยชน์ ปลอดสารพิษ ทั้งอร่อยและแต่ละเมนูเค้าก็ได้คิดมาแล้วว่าดีต่อสุขภาพในด้านต่างๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุจ้า พิกัด : The Portico Langsuan ชั้น 1 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต ปทุมวัน กรุงเทพฯ, ลุมพินี, เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 11.00...