YoungHappy "ยังแฮปปี้" | การดูแลผู้สูงอายุ
176
archive,category,category-176,ajax_fade,page_not_loaded,,side_area_uncovered_from_content,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

การดูแลผู้สูงอายุ

ธันวาเดือนแห่งการท่องเที่ยวแบบนี้ เชื่อว่าวัยเก๋าชาวยังแฮปปี้ต้องมีแพลนไปเที่ยววันหยุดกันเยอะมากแน่ๆ . ใครที่กำลังจะไปต่างประเทศ ต้องนั่งเครื่องบินนานๆ อาจกลัวที่จะต้องนั่งเครื่องอย่างทรมานร่างกาย . วันนี้เรามีทิปส์ออกกำลังกายขณะนั่งเครื่องบินมาฝากกัน จะทำให้ร่างกายยืดหยุ่น ลดเมื่อยได้ บินสนุก พร้อมเที่ยวได้เลย ✈️ ก่อนบินเรามีทิปส์ 3 ข้อมาฝากกัน 1. ระหว่างรอเครื่อง อยากชวนวัยเก๋ามาเดินเล่นในสนามบินกันก่อนค่ะ อย่าเพิ่งนั่งนานๆ เพราะเดี๋ยวพอขึ้นเครื่องแล้วเราต้องนั่งอีกยาว ดังนั้นมาเดินเล่นช้อปปิ้งใน Duty Free กันก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อให้ขาได้ทำงาน ให้ร่างกายได้ยืดหยุ่นก่อน 2. อย่าเพิ่งกินอาหารหนักๆ เพราะเราต้องอยู่บนเครื่องอีกนาน แถมบางทีเป็นไฟล์ทดึก ถ้าทานอาหารหนักจนอิ่มมากเกินไปจะทำให้รย่อยยาก และหลับยากอีกด้วยนะ 3. สวมเสื้อผ้าสบายๆ น้อยชั้นดีกว่าค่ะ เพราะเวลาอยู่บนเครื่อง ในที่นั่งชั้นประหยัด บางสายการบินก็ที่นั่งไม่ได้กว้างมากนัก ถ้าเราใส่เสื้อผ้าหนักๆหนาๆ เกินไป จะทำให้เรานั่งไม่สบาย การใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัด หลวมๆ เบาๆ จะทำให้ร่างกายของเราปรับรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ค่ะ พอเริ่มบิน เราต้องนั่งอยู่กับที่ไปอีกยาวๆ น้องสุขเลยมีท่ากายบริหารแก้ปวดเมื่อยมาฝากกันค่ะ ทำตามได้ในที่นั่งบนเครื่องนี่แหละ ไม่กวนที่นั่งข้างๆ ด้วย 1. บริหารข้อเท้า เริ่มจากการยกขาขึ้นมาเล็กน้อย แล้วหมุนข้อเท้าเป็นวงกลม ทำทั้งตามเข็ม และทวนเข็มนาฬิกาเลยนะ รอบละ 5...

ใกล้จะถึงช่วงสิ้นปี ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและเที่ยวพักผ่อน และเป็นเวลาของครอบครัวที่จะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างใกล้ชิด การพาผู้สูงอายุไปเที่ยวก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเตรียมตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา โรคประจำตัว การเดินทางที่อาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมและการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงแผนการเดินทางที่ไม่หนักจนเกินไป อาจเป็นทัวร์สบายๆ ที่ทำให้ท่านไม่เหนื่อยมากและได้สนุกเต็มที่ เรามาจัดทริปเพื่อท่านกันตามนี้เลย . 1. ประกันการเดินทาง . ก่อนการเดินทาง การหาข้อมูลเรื่องประกันการเดินทางเป็นการเตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะยังแน่ใจได้ว่ามีผู้ที่สามารถช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เราได้ เพราะความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง 2. เลือกจุดหมายปลายทาง . การเลือกสถานที่ที่จะไป ถ้าเป็นทริปที่มีสว.ไปด้วย ก็ควรให้ท่านเป็นพระเอกนางเอก ให้ท่านมาเป็นอันดับหนึ่ง อาจเป็นทริปที่จัดเพื่อท่านเลยก็ได้ เพราะการมีผู้สูงอายุไปด้วย ควรเป็นทริปที่ไม่หนักจนเกินไป และมีการเตรียมพร้อมไว้อย่างดี เช่น ทริปที่ไปกับไกด์ทัวร์ที่มีผู้ที่คอยบริการและดูแลเป็นพิเศษ วางใจได้ว่าจะไม่มีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น ระดับของกิจกรรมที่จะไปทำก็ควรพิจารณาร่วมกับสุขภาพของวัยเก๋าที่พาไปด้วย เช่น ใครที่มีปัญหาเรื่องเข่า การเดินเยอะๆ ก็ควรเลี่ยงเมืองที่ต้องเดินเยอะๆ หรือถนนเส้นที่เดินได้ไม่สะดวก ควรหาเมืองที่สามารถนั่งรถได้สบายๆ จะดีกว่า 3. ยาและโรคประจำตัว . ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าผู้ใหญ่ในบ้านมีโรคประจำตัว หรือยาที่ต้องกินเป็นประจำหรือไม่ ถ้าไปประเทศนี้ควรต้องดูแลเรื่อไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้ามียาควรตั้งเวลาไว้เสมอให้ไม่ลืมที่จะกินไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และเพื่อป้องกันไว้ก่อน ถ้าเราทราบสถานที่ที่จะไปพักในเมืองนั้นๆ แล้ว ก็ควรหาข้อมูลและการเดินทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงกับโรงแรมไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะถ้าจะไปประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก 4....

ไขมันในเลือดสูงสามารถเกิดได้กับทุกเทศวัย แต่ในวัยเก๋าอย่างเราๆ ก็ต้องเลือกกินในมากกว่าวัยปกติซักหน่อย เพราะมันอาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆตามมาได้ ใครที่เห็นของมันๆอร่อยๆ ก็ให้ท่องไว้ว่า ‘อย่าตามใจปาก’ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกินอะไรไม่ได้เลย เพียงแต่ถ้าเราปรับพฤติกรรมในการกินใหม่ กินให้เป็น กินให้ถูกอย่าง ก็จะทำให้วัยเก๋าทุกท่านสามารถเอ็นจอยกับการกินได้เหมือนเดิม แถมความแข็งแรงเพิ่มมาให้อีก . 1. ไขมันน้อยเข้าไว้ เป็นการเลือกแบบเบสิคที่เรารู้กันดี ไขมันมีแต่จะทำให้เป็นโทษเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าอาหารที่ไม่มีไขมันจะไม่อร่อย สว.ทุกท่านสามารถเลือกทำได้ทั้งเมนูต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ หรือจะเป็นของแซ่บๆ อย่างยำก็ได้   2. น้ำมันกรดไขมันอิ่มตัวสูง น้ำมันในการทำอาหารก็มีส่วนนะ บ้านไหนทำอาหารกินเองก็สามารถเลือกได้ ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันชนิดกรดไขมันอิ่มตัวสูง อย่างเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู ไก่ กะทิ เป็นต้น 3. อาหารโคเลสเตอรอลสูง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่ไม่เยอะเกินไป เช่น กินทุกวันก็ไม่ไหว อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงมีหลายอย่าง เช่น ปลาหมึก เนื้อสัตว์ติดมัน ของทอดต่างๆ ปาท่องโก๋ กล้วยแขก รวมถึงเมนูบ้านๆอย่าง ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู...

รุ่นใหญ่ท่านไหนที่จะกำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงวัยเริ่มต้นใหม่อย่างวัยเกษียณ บางคนอาจวิตกกังวลอยู่เล็กๆในการก้าวข้ามผ่านวัยทำงานไปสู่การที่จะต้องนั่งๆนอนๆอยู่บ้าน จนบางคนอาจเกิดอาการซึมเศร้า และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แต่น้องสุขขอบอกเลยค่ะ ว่าวัยนี้แหละแฮปปี้ที่สุดแล้ว! เพราะจะเป็นวัยที่เราได้เปลี่ยนความคิดในแบบที่สมบูรณ์ เป็นช่วงที่เราได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในหลายๆอย่าง ซึ่งถ้าเราเตรียมพร้อมที่จะเกษียณด้วยรอยยิ้ม ความสุขในบั้นปลายชีวิตก็จะรออยู่อย่างเต็มเปี่ยม เราจะรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่รอให้ไปเจอ ไปเรียนรู้และเริ่มต้นช่วงชีวิตใหม่ๆ ที่ไม่ต้องทำงานหนักและดูแลใครอีกต่อไป เรามาลองเตรียมพร้อมใจและกายไปพร้อมๆกันเลย 1. ลด อย่างแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้นิ่งขึ้น ลดกิจกรรมที่ทำให้เราไม่สบายใจ ไม่สบายตัว ซึ่งอาจไม่ต้องถึงกับเลิกแต่แค่ปรับลดลง เช่น การเล่นอินเทอร์เน็ตที่มากเกินไป ก็อาจทำให้ร่างกายรับไม่ไหว ปวดตา เมื่อยล้าได้ หรือลดการดูโทรทัศน์ลงบ้าง แล้วหันไปเสพสื่อประเภทหนังสือ หรือทำกิจกรรมในสวน วาดรูป ตัดแต่งต้นไม้ จะทำให้ใจเย็นลง และเป็นการลดการรับข่าวสารที่เป็นพิษเข้าสมองอีกด้วย 2. ละ ละการแบกรับเรื่องที่หนักใจลงเสียบ้าง ปล่อยวาง และลดตัวตนลง ข้อแรกเราได้ลดการทำร้ายร่างกายไปแล้ว ในข้อนี้ก็เป็นการละการทำร้ายจิตใจตัวเองโดยไม่รู้ตัวลง เช่น ความเครียด การคิดมาก การแคร์สังคมหรือคนรอบข้างมากเกินไปจนเกิดโทษ การยึดมั่นถือมั่น การคาดหวัง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะสร้างภาวะที่ไม่เป็นมิตรกับสมองและจิตใจของเรา จนทำให้ใจไม่เป็นสุข และไม่สงบ   3....

วัยเก๋าทั้งหลายที่อยู่บ้านเบื่อๆ อาจมีอาการติดเตียง เบื่อโลก เบื่อชีวิต เหนื่อยกับหลายๆสิ่ง ไม่มีชีวิตชีวา ขาดการเข้าสังคม และอาจส่งผลให้เกิดอารมณ์ขึ้นๆลงๆ หรือหงุดหงิดง่ายได้ . ใครที่กำลังมีอารมณ์แบบนี้อยู่ หรือมีผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุในบ้านที่มีอาการแบบนี้ น้องสุขขอบอกเลยว่าของขวัญที่ดีที่สุดที่จะสามารถมอบให้ท่านได้ก็คือ เวลาของเราเองนั่นแหละ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการให้ความสนใจให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ท่านได้รู้ว่าเรารักและเห็นว่าท่านมีคุณค่ามากแค่ไหน และสิ่งที่สำคัญคือการทำให้ท่านรู้ว่าท่านยังไม่ถูกลืมจากลูกหลาน 1. เรียนภาษา ลองเรียนภาษาอื่นที่อาจไม่ได้ยากมาก เพื่อที่จะสามารถพูดคุยกับชาวต่างชาติได้อย่างง่ายๆ เช่น ถ้าใครที่ยังพูดภาษาไทยบ้านเราได้อย่างเดียว อาจเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นภาษาที่สอง เริ่มจากการฝึกประโยคเบสิคที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งถ้ามีลูกหลานในบ้านที่พูดภาษานั้นๆเป็น ก็ยิ่งเป็นกิจกรรมภายในบ้านที่ดี ที่จะทำให้เพิ่มความสัมพันธ์ ทำให้ได้ใกล้ชิดกับเด็กๆมากขึ้น 2. แต่งกลอน กลอนยังเป็นอะไรที่คลาสสิค และเข้าถึงคนรุ่นนี้ได้ดีเสมอ แม้เราจะสอนหรือแนะนำให้ท่านใช้เทคโนโลยีใดๆ แต่การแต่งกลอน เขียนจดหมาย ก็ยังเป็นกิจกรรมแบบดั้งเดิมที่ช่วยให้ท่านรู้สึกสนุกได้อย่างไม่ยากและไม่ต้องฝืน ลองตั้งโจทย์ให้ตัวเองในการกลอนมาซักหนึ่งอย่าง เช่น วันนี้จะแต่งกลอนเกี่ยวกับความเป็นเพื่อน เอาไว้มอบให้เพื่อนๆในวันรวมรุ่น หรือแต่งกลอนเกี่ยวกับครอบครัวเพื่อมอบให้ลูกหลานในวันที่พวกเขากลับมาฉลองวันเกิดกันที่บ้านสุดสัปดาห์นี้ เป็นต้น 3. ออกไปเดินเล่นรับวิตามินดี การออกไปเดินเล่น ยืดเส้นยืดสายในแต่ละวัน เป็นกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยให้วัยเก๋าได้เอ็นจอยกับวิว เสียงผู้คน อากาศดีๆ (ในตอนเช้าหรือเย็น ที่มีแสงแดดน้อยๆ)...

เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว กับการเห็นภาพผู้คนก้มหน้าใช้สมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งเพื่อการสื่อสาร การทำงาน และความบันเทิง  แม้แต่ในผู้สูงอายุ ที่มีการใช้สมาร์ทโฟน ในการสื่อสารกับเพื่อนฝูง หรือ ลูกหลาน เช่นเดียวกัน  แต่หากก้มหน้าก้มตาใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป อาจเกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อได้ เช่นอาการปวดคอ ไหล่ บ่า จากการนั่งในท่าทางเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือนั่งเล่นในท่าทางไม่เหมาะสม ภาวะนิ้วล็อก จากการใช้นิ้วกดโทรศัพท์ในท่าทางซ้ำๆนานต่อเนื่อง ที่รวมเรียกว่าอาการ ออฟฟิศ ซินโดรม (Office syndrome) ออฟฟิศ ซินโดรม เป็นกลุ่มอาการผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ พบมากในกลุ่มคนทำงาน ออฟฟิศ ที่ต้องทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลาต่อเนื่องนานเกินไป อยู่ในท่าทางการทำงานเดิมๆ ซ้ำๆ หรือทำงานในท่าที่ผิดหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) จนเกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ จากภาวะเอ็น กล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะดังกล่าวไม่ได้พบเฉพาะกลุ่มวัยทำงานเพียงอย่างเดียว แต่สามารถพบได้ในผู้สูงอายุได้ด้วย หากมีท่าทางการใช้ชีวิตประจำวันที่ผิดหลักการยศาสตร์...

อีกหนึ่งโรคฮิตที่ผู้สูงอายุมักเป็น ซึ่งเมื่อเป็นแล้วอาจส่งผลให้ลูกหลาน คนรอบข้างให้ต้องดูแลกันอย่างเป็นพิเศษมากขึ้น เพราะโรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่แค่โรคที่จำอะไรไม่ได้ แต่ยังเป็นโรคที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เราควรเริ่มดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ก่อนมีอาการ แต่ถึงแม้ว่าโรคอัลไซเมอร์จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% เมื่อเป็นแล้วยังไม่สามารถรักษาให้หายได้อีกด้วย แต่เราสามารถ “ชะลอ” ได้ บ้านไหนที่มีคุณลุงคุณป้าที่ยังไม่เป็นโรคนี้ น้องสุขจึงอยากให้ชวนกันมาป้องกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดโรคนี้ในอนาคตนะจ้ะ เสาหลักแห่งการป้องกันอัลไซเมอร์   1.ออกกำลังกายป้องกันได้ 50% ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ 50% เพราะสมองทานออกซิเจนเป็นอาหาร โดยมีเลือดเป็นตัวส่ง ดังนั้นเราต้องทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยการออกกำลัง เพื่อให้เลือดสูบฉีดไหลเวียน .. แต่สำหรับผู้สูงอายุ การทำงานบ้าน ทำสวนดูแลสวน หรือการขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีและเหมาะสมแล้ว 2. ผักและอาหารสด ทานผักและอาหารสดต้องเยอะ น้ำมันปลา (fish oil) เป็นอาหารเสริมที่ดี 3.นอนหลับเป็นยาวิเศษเสมอ นอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อย เป็นการสั่งสมอง ให้ทำลายตัวเอง ผู้สูงอายุควรนอนกลางวันด้วย เพราะสมองของผู้สูงอายุ ต้องการการพักผ่อนมากกว่าวัยรุ่นหรือวัยทำงาน 4.ห้ามเครียด เมื่อเราเครียด...

เมื่อพูดถึงผู้สูงอายุแล้ว การเลือกอาหารที่ดีต่อใจอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย (ถึงท่านจะอยากได้ก็ตาม) แต่อย่างไรคนเป็นลูกหลานอย่างเราๆ ก็ต้องเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นอันดับหนึ่งมาก่อนเสมอ แต่บางคนก็อาจไม่รู้ว่าควรปรุงยังไง เลือกยังไง วัตถุดิบอะไรที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนรุ่น 60 อัพ...

เวลาที่เห็นผู้สูงอายุหลายท่านเล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ นอกจากจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อแล้ว ก็จะมีเรื่องสายตาที่หลายท่านชอบบ่นให้น้องสุขฟังว่า ปวดตา ตาล้า เล่นเสร็จแล้วตาพร่า จนลามไปถึงอาการปวดขมับ และปวดหัวด้วย อาการเหล่านี้จะถามหาแน่นอนถ้าเราเล่นไม่ถูกวิธี โดยอาจพฤติกรรมเดิมๆ ที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัว จึงทำให้เกิดอาการล้า และเหนื่อยกว่าเดิมได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้สูงอายุบางท่านก็มักอ่านตัวหนังสือเยอะๆ ในโทรศัพท์มือถือ หรือพิมพ์คุยกับเพื่อนเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่หยุดพัก จึงยิ่งทำให้เกิดอาการปวดตาขึ้นมา บทความนี้น้องสุขจึงจะมาแนะนำวิธีการเล่นโซเชียลฯ ให้ได้นานๆ ไลน์ เฟส หรือจะดูยูทูปฟังเพลงทั้งวันก็ยังได้ ถ้าเราเล่นอย่างถูกวิธี และจะทำให้แฮปปี้ทั้งกายและใจเลยจ้า 1. เล่นบ้าง พักบ้าง ในการเล่นโทรศัพท์มือถือแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเล่นอะไร ก็ไม่ควรจ้องโทรศัพท์ตลอดเวลาที่เล่น หรือเป็นหลายๆชั่วโมง ควรมีการพักสายตาเป็นระยะๆ หรือทุกๆครึ่งชั่วโมง โดยการปิดหน้าจอแล้วหันไปมองอะไรที่ทำให้สบายตา เช่น มองออกไปนอกบ้าน มองต้นไม้สีเขียวๆ หรือหลับตานิ่งๆ เพื่อเป็นการพักสายตาบ้าง 2. อย่าเล่นมือถือในรถ ลุงจ๋าป้าจ๋าบางท่านมักอ่านตัวหนังสือในมือถือในรถหรือยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ หรือพิมพ์ตอบแชทในรถที่วิ่งอยู่ นี่เป็นอีกพฤติกรรมที่ทำให้ปวดตาได้ เพราะขณะที่รถวิ่งอยู่จะมีการสั่นสะเทือน ทำให้เราอ่านตัวอักษรที่สั่นตามไปด้วย และจะทำให้เราปวดตาได้ง่ายกว่าการอ่านแบบนิ่งๆ 3. ความสว่างหน้าจอนั้นสำคัญ ความสว่างหน้าจอเป็นเรื่องที่สำคัญและควรปรับให้อยู่ในความสมดุลเสมอ...

เมื่อเข้าหน้าฝน หลายคนๆอาจชอบเพราะจะได้คลายร้อน ชุ่มช่ำ ยิ่งเวลาที่เรานอนฟังเสียงในตกอยู่ในห้องนอนอุ่นๆ ยิ่งทำให้ไม่อยากลุกออกจากเตียงเลยทีเดียวใช่ไหมคะ แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ไม่ชอบหน้าฝน เพราะทำให้เฉอะแฉะ ต้องคอยระมัดระวังเวลาไปไหน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และที่สำคัญคือ ทำให้เราป่วยง่าย! การเจ็บป่วยในหน้าฝนเป็นสิ่งที่เด็กและผู้สูงอายุเกือบทุกคนต้องเจอเลยทีเดียว เพราะสองวัยนี้เป็นวัยที่มีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มสาว จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ วันนี้น้องสุขจึงมีข้อเตือนใจมาฝากตาจ๋ายายจ๋าในการใช้ชีวิตในช่วงหน้าฝนให้มีความสุข ไร้โรค ไม่เจ็บป่วย และไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ละข้อก็ง่ายมากๆ เพราะสิ่งที่สำคัญคือการเตรียมพร้อมและไม่ประมาท มาดูกันเลยจ้า 1. ตรวจเช็คยานพาหนะให้สมบูรณ์ หากผู้สูงอายุท่านไหนที่ยังเก๋า ยังแข็งแรงพอที่จะไปไหนมาไหนเองได้ ก็ต้องคอยตรวจเช็คสภาพของยานพาหนะเราก่อนที่จะออกจากบ้านทุกครั้ง เช่น รถยนต์ ควรเช็กแต่ละส่วนให้เตรียมพร้อมกับการรับฝนหนัก และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ที่น้ำท่วมด้วยนะคะ ยกตัวอย่างใบปัดน้ำฝน ไม่ควรทำให้เกิดเสียงดังขณะปัด ปัดแล้วไม่เกิดคราบน้ำบนกระจก เพราะนั่นจะหมายถึงว่าใบปัดน้ำฝนของเราเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว และจะทำให้เราเห็นทางไม่ชัดเจน ถ้าฝนตกหนักก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ ระบบเบรก ต้องตรวจดูว่าผ้าเบรกของรถเราสึกแล้วหรือยัง โดยสังเกตตอนเหยียบเบรกว่ามันจมลึกกว่าปกติหรือเปล่า ส่วนยางรถยนต์ ก็ควรเติมลมยางให้พอดี เพราะมันจะส่งผลเรื่องการเกาะถนนเวลาที่เราขับรถด้วยความเร็วบนถนนที่เปียกลื่น ถ้ายางไม่ดี ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ 2. อย่าลืมพกร่มทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ร่มเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในหน้าฝน แต่น้องสุขเชื่อว่าก็เป็นสิ่งที่ทุกคนลืมพกอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน...